หุ้นเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังขึ้นไปแรง

เศรษฐกิจ (ในประเทศ - ต่างประเทศ)

หุ้นไทยปิดเช้าลบ 3.84 จุด คล้ายตลาดภูมิภาค เผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังขึ้นไปแรง ท่ามกลางคลายความกังวลเกี่ยวเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอน สำหรับแนวโน้มการลงทุนในภาคบ่ายคาดตลาดคงจะแกว่งแคบทั้งในแดนบวก-ลบ

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เผชิญแรงขายระยะสั้นหลังจากวานนี้ปรับตัวขึ้นไปแรง คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบไม่มากราว 0.2-0.3% ซึ่งต่างเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมา ท่ามกลางคลายความกังวลเกี่ยวเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนบ้างแล้ว หลังจากที่มีการใช้ยารักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ของบริษัทเมอร์ค เป็นยารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งนับเป็นยาตัวที่ 2 ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษาผู้ป่วยโควิดในสหรัฐฯ

นอกจากนี้ บริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดระบุว่า วัคซีนเข็มบูสเตอร์ของบริษัทมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้

ส่วนบ้านเรารอลุ้นมาตรการเกี่ยวกับภาษีที่จะเอื้อสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งคาดว่าจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ พร้อมให้ติดตามตัวเลข PMI ภาคการผลิต และภาคบริการของจีน และยุโรป ที่จะเริ่มทยอยออกมาในสัปดาห์หน้า

ด้านภาวะตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายครึ่งวันเช้าที่ระดับ 1,637.63 จุด ลดลง 3.84 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -0.23% มูลค่าการซื้อขายราว 32,539 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดคงจะแกว่งแคบทั้งในแดนบวก-ลบ โดยมีแนวรับ 1,630 จุด ส่วนแนวต้าน 1,645 จุด

อ้างอิง
https://m.mgronline.com/stockmarket